[Short Fiction] Afraid of... [Project K]

posted on 10 Jan 2013 14:47 by mo-nochrome in K directory Fiction

รูปแฟนอาร์ตไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฟิคเลยค่ะ แค่อยากเอามาแปะเฉยๆ *โดนชก

_______________________________________________________

ทางนี้สารภาพว่าห่างเหินจากการแต่งฟิคจริงๆจังไปนานนับปี... 555+

อาจจะมีคำแปลกๆหรือผิดไปก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ ภาษาไทยเราไม่ค่อยแข็งแรง ;m;

พล็อตนี้ได้ไอเดียจากเพื่อนเราคนนึงค่ะ หรือแอดมินฟุชิมิในเพจซารุมิน่ะแหละ 555

คิดว่าจะแต่งเรื่องสยองขวัญก็น่าจะเป็นฟิคดีกว่า เพราะบรรยายได้เยอะดี ก๊าก

แต่ไปๆมาๆก็ดันไปจบแบบละครน้ำเน่ายังไงไม่รู้... อ่านกันเองแล้วกันนะคะ

ตอนอ่านฟิคเปิดเพลงนี้ไปด้วยนะคะ จะได้อรรถรสมาก 555555555+

_______________________________________________________

[Short Fiction] Afraid of… [Project K]

Author : kiryaya

Pairing : Fushimi Saruhiko x Yata Misaki

Rate : G

Genre : Horror, Humor(นิดนึง...), Angst, Romance

_______________________________________________________

ท่ามกลางเมืองชิทสึเมะอันสงบสุข...แต่ก็ไม่เคยสงบสุขไปซะทีเดียว ระยะนี้ในละแวกใกล้เคียงอพาร์ทเม้นท์หนึ่ง มักจะพบศพปริศนาที่ถูกฆ่าอย่างไร้เงือนงำ สภาพศพเน่าเละไม่มีสิ้นดี แม้แต่หน้าตาก็ไม่สภาพบอกได้ว่าเป็นใครเพราะถูกของอะไรบ้างอย่างทุบอย่างน่ากลัว...จนไม่เหลือสภาพเค้าโครงของความเป็นหน้าเลย ตามร่างกายก็ถูกของมีคมฟาดฟันจนเป็นรอยกรีดลึกทั้งตัว บางจุดก็ลึก...ลึก...จนเห็นกระดูก... บางศพก็พบว่าอวัยวะบางส่วนก็ถูกฟันออกจนหลุดขาดออกจากร่างกายเป็นชิ้นๆ แต่ที่เหมือนกันก็คือ...กลิ่นคาวฉุนของเลือดที่นองลาดยาวเป็นทางเหมือนถูกลากมาไว้ที่นี้ก็ตลบอบอวนไปทั่วบริเวณใกล้เคียง ในซอยตันที่ดูเปล่าเปลี่ยวและรกร้าง...“ทุกราย” แม้แต่อาวุธสังหารก็ไม่เคยมีตกหรือทิ้งไว้...ไม่ว่าจะเป็นรอยเท้าหรือกระทั่งรอยนิ้วมือก็ไม่เคยหลงเหลือไว้ให้เป็นหลักฐานเช่นกัน...จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถจับตัวฆาตกรรายนี้ได้เลย

และนั่นก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่ว่าจะไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์...ใช่แล้ว...มันอาจจะไม่ใช่มนุษย์  นอกจากจะมีข่าวการฆาตกรรมต่อเนื่องแล้ว...ละแวกนี้ยังมีสิ่งลี้ลับ เรื่องชวนขนหัวลุก ที่เล่าขานสืบต่อกันมาด้วย บริเวณข้างๆซอยที่พบศพนั้นเป็นคฤหาสน์ร้างหลังใหญ่ ซึ่งเคยเกิดโศกนาตกรรมอันน่ากลัวขึ้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นถูกฆาตกรฆ่าอย่างเลือดเย็น...เลือดที่นองจนเต็มบ้าน สาดกระเซ็นไปติดตามฝาผนังสีขาวและอาบไปด้วยสีแดง แน่นอน...สภาพศพก็ไม่ต่างจากข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องในเวลานี้เลย จึงไม่เคยมีใครกล้าเข้าไปเหยียบย่ำ ณ สถานที่แห่งนั้นเลยแม้แต่คนเดียว ศพก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ในบ้านหลังนั้น... จนสลายไปเหลือแต่กระดูกเปราะๆ.. คอยต้อนรับผู้กล้าอยากพิสูจน์เรื่องคฤหาสน์หลังนี้...

เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นวิญญาณร้ายที่ต้องการพรากชีวิตของผู้คนละแวกนั้นไปสังเวยอยู่ด้วยกัน ด้วยแรงพยาบาทและเคียดแค้นต่อการกระทำของฆาตกรผู้นั้นก็เป็นได้...

...

...

“นายไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหมคามาโมโต้...” จากน้ำเสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องเล็กๆสีขาว ข้าวของภายในห้องดูรกไปหมดมีทั้งแผ่นเพลงและแผ่นเกมปะปนกันไป พอเขาได้ยินเรื่องเล่าจากคนที่คุยทางโทรศัพท์ด้วยก็ต้องหยุดวางเครื่องเกมที่เล่นอยู่เมื่อครู่ทิ้งลงบนเตียงไปทันที

“ผมจะล้อยาตะซังเล่นทำไมกันล่ะครับ... ที่เล่าน่ะอยากจะบอกว่าให้ระวังตัวไว้ด้วย นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะครับ!!” ด้วยความเป็นห่วงผู้ที่ตนเคารพก็เลยเผลอออกเสียงซะดังลอดผ่านโทรศัพท์

“แต่ถ้าที่นายพูดมันเรื่องจริงพอจะรู้ไหมว่าเป็นละแวกไหน...” น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนไปทันที และคิดในใจ...หวังว่าจะไม่ใช่ละแวกนี้ เพราะเจ้าตัวก็เคยสังเกตเห็นคฤหาสน์ใหญ่ลักษณะตามที่คามาโมโต้บอกตั้งอยู่ใกล้เคียงแถวๆนี้ หัวใจเต้นสั่นระรัว เริ่มรู้สึกหวาดกลัว... กลัว

“...ก็... แถวอพาร์ทเม้นท์ของยาตะซังนั้นแหละครับ...”

“...”

 

ม ไม่จริงน่า... 

ทำไมต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย... 

 

“ยาตะซัง?”

“ฆาตกรอะไรนั้นน่ะ ฉันไม่กลัวหรอกเว้ย! ถ้าบุกเข้ามาล่ะก็ฉันจะจัดการมันเอง!” คำพูดที่ขัดต่อสภาพร่างกายที่มีแต่ความหวาดระแวง ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ไม่กลัว ไม่กลัว... ปลอบตัวเองเท่านั้น

“ฮ่าๆ ถ้าเป็นแบบนั้นผมค่อยโล่งอกหน่อย งั้นขอวางสายก่อนล่ะครับ นี้ก็ดึกแล้ว”

“เอ่อ ไว้เจอกัน...”

 

ติ๊ด

 

...

ดึกแล้ว? 

 

เมื่อเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกาที่แขวนไว้บนพนังห้องก็พบว่าเวลานี้ล่วงเลยกลายเป็นยามวิกาลไปแล้ว อาจจะเพราะมัวแต่เล่นเกมจนเพลินอย่างที่เคยทำอย่างทุกทีก็ได้…

 

00:06 น.

 

จะเก็บเรื่องที่ชายอ้วนเล่ามาคิดก็กระไรอยู่ จะมีแต่ทำให้ตัวเองกลัวไปมากกว่านี้เท่านั้น หนุ่มผมสีไหม้จึงสะบัดหัวสักสองสามทีแล้วพยายามลบเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อครู่ออกไปจากสมองให้หมด เดินไปปิดไฟแล้วกลับมานอนคลุมโปงพยายามข่มตาหลับที่เตียงอย่างทุกๆที

ทุกๆที... 

 

...

...

 

01:12 น.

 

...

 

“เฮ้ย กูนอนไม่หลับโว้ย!! เจ้าบ้าเอ๊ย มาเล่าเรื่องอะไรแบบนี้ตอนกลางคืนวะ!!” เจ้าตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วตะโกนโวกเหวกโวยวายในห้องคนเดียว แต่ป่านนี้ห้องข้างๆก็คงหลับไปกันหมดแล้ว จึงไม่มีเสียงอะไรดังตอบมาทั้งสิ้น รอบๆห้องที่มืดเพราะปิดไฟก็ยิ่งทำให้โสดประสาทของชายตัวเล็กเต็มไปด้วยเรื่องที่ฟังมาเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

 

...

 

คงจะไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นหรอกใช่ไหม...? 

 

กึ่ก...กึ่ก...

 

...ม ไม่มี... 

 

 

เสียงบางอย่างดังลอดออกมาจากทางระเบียงที่ต่อกับห้องของยาตะ แน่นอนว่าห้องที่อยู่บนชั้น 4 แบบนี้คงไม่มีใครปืนขึ้นมาได้ง่ายๆหรอก...หรือปืนได้...? ยิ่งเป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ด้วยแล้วเหมือนยิ่งจะทำให้สมองแล่นได้ช้าลง ทำอะไรไม่ถูก...

 

จะไปดูดีไหมนะ...? 

...แต่ก็กลัวเหมือนกัน 

ถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่คนจริงๆล่ะ... 

...จะทำยังไงดี 

 

กลัว... 

 

…กลัว...

           

            เสียงหัวใจของชายร่างเล็กก็สั่นไหวมากขึ้นไปเรื่อยๆ ร่างกายที่ต้านทานความรู้สึกนี้ไม่ได้ก็สั่นสะท้านไปหมด แม้จะกลัวแต่ก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะลองไปดู... อาจจะเป็นแค่แมวก็ได้... ก็ได้แต่คิดปลอบตัวเองแบบ...

           

กึ่ก!

           

...นี้

 

แต่ในเมื่อลุกขึ้นมาแล้วก็คงจะก้าวกลับไปไม่ได้...จริงๆก็ไม่ใช่เพราะอะไร...ก็แค่กลัวจนก้าวขาไม่ออกมากกว่า... ภายใต้หลังม่านขาวผืนบาง...จะต้องมีอะไรบางอย่าง... แต่บรรยากาศรอบๆก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทั้งชวนขนหัวลุก... และมืดมน...

 

!?

 

และสิ่งที่ชายหนุ่มได้เห็น...คือเงา...เงาของมนุษย์...จากแสงจันทร์ลอดผ่านม่านขาว...ถึงจะไม่ค่อยชัดเจนแต่ใครๆก็บอกได้ว่าเป็นเงาของคน...ร่างสูงโปร่ง...ผี หรือ คน...? ก็ยังแยกประสาทของตัวเองและบอกไม่ได้ แต่ที่แน่ๆคงต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้ก่อน จากที่กลัวก็พยายามคุมสติตัวเองแล้วรีบไปหยิบไม้เบสบอลคู่ใจที่ใช้เป็นประจำ ตั้งท่าเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ค่อยๆย่อง...ย่องเข้าไปใกล้ประตูเลื่อนทางระเบียงมากขึ้น... มากขึ้น... ทุกฝีก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้าและเบาๆ... แทนที่จะเปิดม่านดูก่อน เจ้าตัวกลับล้วงมือไปปลดล็อคประตูแล้วเลื่อนออกพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่ตรงหน้าทันที!!

 

“ย้ากกกก!!”

 

ก๊อง!

เสียงจากไม้เบสบอลเหล็กดังกังวานกระทบกับศีรษะของผู้เคราะห์ร้ายเต็มๆเบา

 

“โอ๊ย!!”

 

...เอ๊ะ 

เดี๋ยวนะ... 

ผีมันร้องโอ๊ยได้ด้วยเหรอ...? 

 

สายลมเบาๆที่พัดผ่านมาก็ทำให้ม่านพลิ้วออกไป จนเห็นใบหน้า... ใบหน้าของผู้ที่อยู่บนระเบียง... ใบหน้าที่คุ้นเคย... ผ่านกรอบแว่นดำหนาที่คุ้นเคย...

 

“ซารุ?!”

 

ชายร่างเล็กรีบวางไม้เบสบอลทิ้งแล้วเข้าไปดูอีกคน...ที่ลงไปนั่งกองกับพื้นร้องโอดครวญเสียงเบาๆแล้วกุมหัวด้วยความเจ็บปวด... ถึงยาตะจะตัวเล็กแต่เรื่องพลังกำลังก็ไม่เป็นรองใครแน่นอน...ถ้าเทียบก็คงเหมือนสุนัขตัวเล็กที่กัดเจ็บ ชายผมสีหม่นก็หันมาพร้อมเลือดที่อาบหน้าผากซิบๆ...

 

“เดี๋ยวนี้นายต้อนรับแขกกันแบบนี้เลยเหรอ มิซากิ?” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหยอกๆแต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามลุกขึ้นมาประคองตัวเองแล้วจับราวระเบียงเพื่อทรงตัว เพราะยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปชั่วครู่นี้เล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นชายร่างเล็กก็งุนงงไม่แพ้กัน...

 

“แล้วนายมาที่นี้ทำไม นี่มันดึกแล้วนะ?!”

“มาดำน้ำปลูกปะการังทำสวนครัวละมั้ง... จะบ้าเหรอฉันก็มาทำงานน่ะสิ”

“งาน...?”

 

คิดว่าคงเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันยาวหน่อย เขาจนเดินเข้าไปในห้องเปิดไฟแล้วเล่าให้หนุ่มผมสีสดฟังอย่างคร่าวๆ งานของเขาคือออกมาตามจับฆาตกรต่อเนื่องตามข่าวนั้นเอง ตำรวจระดับล่างๆที่ทำก็ไม่สามารถหาร่องรอยอะไรที่พบจะเป็นเบาะแสได้เลย จนเรื่องต้องมาถึงมือของ Scepter 4 ซะเอง และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนี้ก็คือเขาเอง... ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ

แต่ที่มาสืบแถวนี้ก็คงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าสถานที่เกิดเหตุที่ใกล้เคียงคือที่ๆคนที่เขารักพักพิงอาศัยอยู่ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ที่จะมาดู...เพียงแค่อยากจะมาเฝ้าดู หวังและอยากให้เขาปลอดภัยเท่านั้น กลัว กลัวว่าจะสูญเสียเขาไปโดยที่ไม่มีทางได้กลับคืนมาอีก ถ้าเกิดมิซากิเป็นอะไรไป...

 

แล้วฉันจะอยู่ยังไง...? 

 

แต่ถึงกระนั่นก็ไม่ได้บอกกับเจ้าของห้องไปตรงๆ การที่เขามาที่นี้ได้นั้นก็อาศัยความสูงของดาดฟ้าข้างๆกระโดดลงมาที่ระเบียงทุกอย่างเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น... แค่เรื่องบังเอิญ...

 

01:42 น.

 

ถึงจะเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่เจ้าของห้องเองก็ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เขาทำไว้... หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมานั่งลงข้างบนเตียง แล้วจัดการทำแผลให้หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงออกมาจะดูไม่ค่อยเรียบร้อยเหมือนแค่เอาก้อนสำลีแปะหัวก็ตามที... แต่ก็พอจะห้ามเลือดไว้ได้ชั่วคราว จนหนุ่มร่างสูงคิดว่าไม่ได้เรื่องแบบนี้คงต้องไปหาหมอล้างแผลเองอีกที... ก็มีพูดหยอกๆกวนประสาทใส่คนทำแผลให้บ้างแต่ก็ไม่ปริปากบ่นอะไรสักคำ เพราะถึงอย่างนั้น...มันเป็นเรื่องน้อยครั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่เหมือนสมัยที่อยู่โฮมุระด้วยกันและคอยทำแผลให้กันประจำ...

 

“เฮ้อ...เสร็จแล้วนะ”

“ฝีมือแย่เหมือนเดิมเลยนะ มิ~ซา~กิ ถ้าจะทำแผลให้กันแบบนี้ เอาแอลกอฮอล์มาราดหัวฉันเลยดีกว่า”

“หนวกหูเฟ้ย! นี่ทำแผลให้ก็บุญแล้วนะ ไม่ปล่อยให้ถ่อกลับไปแบบเลือดอาบก็ดีแค่ไหนแล้ว!”

“หึ...” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินหม่นก็ได้แค่หัวเราะหยอกๆเสียงเบาๆอยู่ในลำคอ

 

“ว่าแต่ป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ? หรือว่า ‘กลัว’ จนนอนไม่หลับกันนะ” ชายร่างสูงโปร่งเอ่ยออกมาอย่างหยอกๆ ถึงจะรู้คำตอบของอีกฝ่ายที่จะตอบแล้วก็ตาม...

“ม ไม่ได้กลัวเฟ้ย! ก็แค่รู้สึกไม่อยากนอนเฉยๆ...”

“ยิ่งรู้ว่ามีข่าวแบบนี้ด้วยน่ะนะ?”

“...”

“มิซากิ?”

“...”

 

พอโดนยิงคำถามแบบนี้ชายร่างเล็กก็ไม่สามารถจะปฏิเสธอะไรได้ เจ้าของคำถามก็รู้ดีอยู่แล้วว่ายาตะ มิซากิกลัวเรื่องพวกนี้ขนาดไหน เพราะแบบนี้แหละ...ยิ่งทำให้อดให้เป็นห่วงไม่ได้.. แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เขาได้รับมอบหมาย ถอนหายใจออกมาเบาๆลุกขึ้นยืนเดินไปที่ประตูแล้วเอ่ยออกมา...

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนล่ะ ถ้าเกิดยังไม่มีความคืบหน้าไปรายงาน ต้องโดนคนที่คุณก็รู้ว่าใครว่าเอาอีกแหงๆ ฉันล่ะเบื่อจริงๆ...”

“อ... เอ๊ะ... จะไปแล้วเหรอ...?” แทนที่จะไล่หรือโวยวายใส่แบบทุกครั้ง แต่คราวนี้กลับรู้สึกได้ว่า...ไม่อย่างให้ชายผมสีเข้มกลับไป...กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวในสถานการณ์แบบนี้... จนทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

“อะไรน่ะ... หึ พูดอย่างกับไม่อยากให้ฉันกลับอย่างนั้นแหละ”

“...”

 

สิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความว่างเปล่า ชายร่างเล็กไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกนี้ได้ แต่ก็ไม่อยากให้อีกคนรับรู้ หันหน้าไปทางอื่นเผื่อที่จะหลีกเลี่ยงจากสายตาคมคู่นั้น ละอายกับความจริงที่ต้องยอมรับ และสีหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนๆเล็กน้อย... แต่ไม่ว่าจะหลบยังไงเจ้าของตาคู่นั้นก็เฉียบคม สัมผัสถึงความรู้สึกนี้ได้... เขาอาจจะเป็นคนเดียวที่ทำให้ความหวาดกลัวที่ชายผมสีสดมีอยู่หายไปได้ก็เป็นได้ และต่างจากสภาพตอนแรกที่เขาเห็นผ่านทางระเบียง ภายในนัยน์ตาที่มีแต่ความหวาดกลัว... พอเห็นว่าเป็นคนที่ตนรู้จักแล้วก็มลายหายไปจากนัยน์ตาสีสดใสทันที

จะทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวก็คงไม่ได้... คนร้ายเองก็ยังคงลอยนวลอยู่แบบนี้ สภาพแบบนี้ก็คงจะไม่ปลอดภัย ต่อให้มิซากิจะเป็นคนที่แกร่งกล้าแค่ไหนก็ตาม ให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนกลัวแล้ว... คงเป็นได้แค่ลูกสุนัขที่ไร้พิษภัย...

 

“เข้าใจแล้ว...” ชายร่างสูงเอ่ยออกมาเป็นประโยคสั้นๆแล้วเดินกลับไปนั่งที่ข้างๆเตียง

“จะปล่อยให้นายอยู่คนเดียวก็ยังไงอยู่ ฉันจะอยู่ที่นี้ด้วยก็แล้วกัน”

“...ซารุ”

“นายน่ะไปนอนซะเถอะ จะเป็นแพนด้าอยู่แล้วนะ”

“รู้แล้วน่า! ว่าแต่นายล่ะ... ไม่นอนเหรอ?” ถึงผู้พูดจะไม่รู้ตัว แต่อาการที่เขาแสดงออกมาก็คือความห่วงใยด้วยเช่นกัน... พอได้ยินแบบนี้ ควรจะดีใจไหมนะ? แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรจะเก็บอาการไว้สักหน่อย...

 

“หลับไปเหอะน่า...”

“...”

“ว่าไง?”

“ตอนฉันหลับอย่าแอบทำอะไรแปลกๆล่ะ...”

“หึ...ไม่รับปากหรอกนะ”

 

ถึงจะฟังดูเหมือนโดนสั่งอยู่แต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกเพราะสภาพตอนนี้ก็ง่วงมากแล้วเหมือนกัน ขยับจากที่ๆตัวเองนั่งอยู่ไปนอนที่เตียงอย่างสบายใจ ผิดกับความรู้สึกเมื่อครู่นี้ลิบลับ ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวแล้วหรี่ตาหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในที่สุด... อีกคนที่ยังไม่หลับก็ลุกไปปิดไฟแล้วกลับมานั่งข้างๆหัวเตียง...

 

02:25 น.

 

ได้แต่เฝ้ามองนางฟ้าน้อยที่หลับใหลไปสู่แดนนิทรา เป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว...และยากที่จะได้เชยชม ชายผมสีหม่นค่อยๆใช้มือลูบไล้ผมนุ่มของอีกฝ่าย...อย่างอ่อนโยน ใบหน้ายามหลับที่ช่างดูไร้เดียงสารับกับริมฝีปากสีนวลเล็กๆ เชิญชวนให้ร่างใหญ่ก้มลงไปจุมพิต...ด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนโยน

ทั้งๆที่สมควรจะใช้เวลาแบบนี้...โอกาสดีๆแบบนี้...สนองตัณหาที่ตนเองต้องการแต่ก็กลับปล่อยมันหลุดลอยไป ไม่ว่าจะมองผู้ที่หลับใหลไปแล้วยังไงก็ไม่สามารถทำได้ลงคอ... เพราะที่สำคัญกว่าตัวเอง ก็คือความห่วงใยที่มีให้ต่อหนุ่มร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น....

 

จะไม่ให้ภัยอันตรายใดๆเข้ามาย่างกรายทั้งนั้น

จะไม่ให้เผชิญกับสิ่งที่เขาหวาดกลัว

จะคอยเฝ้าดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด

...แม้ตอนนี้จะถูกมองว่าเป็นคนทรยศไปแล้วก็ตามที...

 

เฝ้าอยู่แบบนี้...

...จนกระทั่งรุ่งสาง

 

รุ่งอรุณเบิกฟ้ารับวันใหม่ ก็ถึงเวลาอันควรที่เขาจะต้องไป ไปจาก ณ ที่ตนอยู่ขณะนี้อย่างเงียบๆ... ลับไปเฉกเช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่ถูกแสงของอาทิตย์บดบัง

 

หลายวันถัดมาก็มีข่าวออกมาประกาศว่าสามารถจับฆาตกรได้แล้ว ผลงานนี้ก็คงไม่ใช่ของใครที่ไหนนอกเสียจากคนที่ได้รับหน้าที่นี้ ฟุชิมิ ซารุฮิโกะ

ชายร่างเล็กที่นั่งเท้าคางอยู่บนเค้าท์เตอร์ของร้านโฮมุระก็ได้แต่มองข่าวทางโทรทัศน์อย่างช่างใจ... วันที่เขาได้พบการชายร่างสูง พอเขาตื่นมาอีกที...ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ในสายตาของเขาก็ไม่เห็นคนๆนั้นเลย แต่ก็ไม่ได้มีร่องรอยว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องด้วย ทุกอย่างดูเงียบสงบ...ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

สับสน... มึนงง... ทั้งๆที่เคยทรยศกันมาก่อน...กลับทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใยถึงขนาดนี้ ไม่ว่าจะครั้งไหนๆก็ตามทุกครั้งที่พบกันก็ไม่เคยมาดีเลย มีแต่จะปะทะกันด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวทุกครั้งไป...แต่คราวนี้กลับผิดไปจากทุกที...จะมาดี? หรือจะมาร้าย? ได้แต่ครุ่นคิดจนมึนงงไปหมด

 

เพราะว่าเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย?

หรือทำด้วยความตั้งใจของเขาเอง?

 

ถ้าตั้งใจทำ...

...เขาทำไปเพื่ออะไรนะ

 

หรือเพื่อใครรึเปล่า...?

 

-END-

 

จะไม่แต่งฟิคแล้วค่ะ... เราขาดกัน...

วาดรูปเขียนมังงะอย่างเดียวพอ! 5555555+

*โดนต่อย

 

ก่อนไป...

 

 

"ซารุ "

 

และ

 

 

เราจะ...

 

 

 

"หมี-ซา-คี้~ ตลอดไป"

...

เครดิท : @psychologist-coo 

Comment

Comment:

Tweet

ขอปิดเพลงได้ไหม!!!!!!!!!!!!  หลอน!!!!!!!!!!!!!!!!wink
เนื่อเรื่องนารักมากเลยคะ  ทไเอาอยากเขียนฟิคตาม (แต่ยังมโนไม่ออก ฮ่า)

#6 By SD May on 2013-01-13 17:45

เข้ามาฟินกับรูปของเครี๊ย โฮรกกกกกกก มิซากิ---
ขา..ข..ขาว //โดนตบ
มาเรื่องฟิคดีกว่าค่ะ ภาษาสวยดีมว๊ากกกก ชอบมากๆค่ะ
ไอ้ลิงเอ็งก็ซึนนนนนน ได้อีกกกกกกก
กลัวแฟนสาว(?)จะโดนฆ่า เลยต้องถ่างตามาเฝ้า ฟุชิมิมันดีเกินไปนะ
เป็นบลัดนะจะขย้ำขยี้ตอนหลับแน่///ดูความคิดมานนนนน



แล้วยาตะก็...ซื่อได้อีกกกกกกกกกกกกกก
สงสารลิงจริงๆ กลายเป็นไม่เข้าใจว่าซารุทำไปทำไม ออกซะชัดขนาดนี้
เพลงนี่....5555+ มิซากี้~~~~~

#5 By blood_hana on 2013-01-13 13:28

ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าลิงจะสุภาพบุรุษได้ขนาดนี้ //โดนต่อย
ปกติเจอแต่จ้งหาโอกาสลวนลามยาตะจังของเราอยู่เรื่อย 555

เพลงเปิดแป๊บเดียวปิดเลยค่ะ หลอนจากยูทูปมาแล้วฟังปุ๊บหน้าลิงแสยะยิ้มโรคจิตโผล่มาเต็มเลยค่ะ ม่ายยยย TT[]TT

#4 By Chibikuroneko on 2013-01-11 18:24

ฟิคน่ารักมากค่ะ //อั่ก //ดาเมจ...
ลิงเป็นห่วงยาตะแบบสุดๆมันน่ารักกกกกกกก
เพลงหมี่ซากี้...//นั่งขำคนเดียว โอย สุดยอดค่ะ

#3 By ArKORN on 2013-01-11 10:06

น่ารักมากกกกกกกกกกกค่า
ตอนแรกเปิดฉากชวนขนลุก แต่อ่านไปเรื่อยๆ มันน่ารักมากค่ะ //ฟินตาย
เพลง กลัว นี่ ฟังแล้วรู้สึกโดนใจมากเลยค่ะ ฮา
แต่เพลงโต๋นี่....ฟังครึ้งเดียวทำเอาหลอนไปอีกวันเลยค่ะ 555+ หลอนลิงสุดๆ
ขอแอดนะคะ><
ฟิคน่ารักมาก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ดาเมจแห่งความน่ารักกินไปเลยทีเดียวเชียว!
อีกาขี้กลัวอย่างไม่คาดคิด และไอ้ลิง(เกือบจะ)คิดไม่ซื่อ อ๊ะแหม่ๆๆๆ
อ่านแล้วแบบ เลื่อนลงก็ตื่นเต้ล อะไรก็ตื่นเต้ล ว้าย //ผิด
ภาพทำดาเมจอีกแล้ว *เลือดพุ่งตามลิง*
ส่วนเพลง... หมี่ซากี้มาปุ๊บปิดปั๊บครับ //โดนเตะsad smile

#1 By Aki_Runava on 2013-01-10 18:06